Skip to main content
ฟันเหลืองเกิดจากอะไร? วิธีดูแลไม่ให้คราบสะสม

ฟันเหลืองเกิดจากอะไร? วิธีดูแลไม่ให้คราบสะสม

เคยสงสัยไหมว่าทำไมฟันของเราถึงเปลี่ยนเป็นสีเหลือง? ปัญหานี้สร้างความกังวลให้หลายคน และอาจบั่นทอนความมั่นใจได้ สาเหตุของฟันเหลืองนั้นมีหลากหลายปัจจัย ทั้งจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยภายในร่างกายที่ควบคุมได้ยาก การทำความเข้าใจสาเหตุที่ทำให้ฟันเหลืองอย่างถ่องแท้ คือก้าวแรกสู่การมีรอยยิ้มที่ขาวสะอาดและมั่นใจอีกครั้ง ดาร์ลี่จึงรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาฝากในบทความนี้ 1

สาเหตุของฟันเหลือง

โดยทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่งสาเหตุหลักๆ ของฟันเหลืองได้เป็น 2 กลุ่ม คือปัจจัยภายนอกที่มาจากคราบสีบนผิวฟัน และปัจจัยภายในที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในเนื้อฟันเอง

สาเหตุที่ทำให้ฟันเหลือง

ปัจจัยภายนอก: คราบจากอาหารและเครื่องดื่ม — ปัจจัยที่พบได้บ่อยที่สุดคือคราบที่เกิดจากการสะสมบนผิวเคลือบฟัน อาหารและเครื่องดื่มหลายชนิดมีสารให้สีที่สามารถยึดเกาะกับผิวฟัน ทำให้สีฟันค่อยๆ เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเครื่องดื่มยอดนิยมอย่างชา กาแฟ หรือไวน์แดง รวมถึงอาหารสีเข้มหลายชนิด ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ฟันเหลืองได้เช่นกัน 2

ปัจจัยภายใน: การเปลี่ยนแปลงภายในฟันและการใช้ยา — บางครั้ง ปัญหาฟันเหลืองก็มาจากปัจจัยที่เราควบคุมได้ยาก เช่น พันธุกรรม อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้เคลือบฟันบางลง การได้รับยาบางชนิดในช่วงที่ฟันกำลังสร้างตัว หรืออุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนฟัน ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของฟันเหลืองจากภายในได้

ฟันเหลืองจากข้างใน

การเข้าใจปัญหาฟันเหลืองจากข้างในจะช่วยให้เราดูแลฟันได้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งมักจัดการได้ยากกว่าคราบจากภายนอก

การเปลี่ยนสีจากโครงสร้างภายในฟัน — โครงสร้างฟันของเราประกอบด้วยชั้นเคลือบฟันที่อยู่ด้านนอกสุด และเนื้อฟันที่อยู่ถัดเข้าไป โดยปกติแล้วเนื้อฟันจะมีสีออกเหลือง เมื่ออายุมากขึ้น หรือมีพฤติกรรมที่ทำให้เคลือบฟันสึกกร่อน เช่น การแปรงฟันแรงเกินไป หรือการทานอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูง เคลือบฟันจะบางลงเรื่อยๆ ทำให้สีเหลืองของเนื้อฟันที่อยู่ข้างในปรากฏชัดขึ้น 3

การสังเกตความแตกต่างระหว่างคราบผิวและการเปลี่ยนสีภายใน — เราสามารถสังเกตความแตกต่างเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง คราบจากปัจจัยภายนอกมักมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลหรือเหลืองเข้มแบบไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นจุดๆ หรือสะสมตามขอบเหงือกและซอกฟัน ในขณะที่ปัญหาฟันเหลืองจากข้างในมักทำให้ฟันทั้งซี่มีสีเหลืองหรือเทาอย่างค่อนข้างสม่ำเสมอ หากสังเกตว่าฟันเปลี่ยนสีต่อเนื่องหรือไม่แน่ใจสาเหตุ การปรึกษาทันตแพทย์จะช่วยให้ประเมินได้เหมาะสม

สาเหตุของฟันเหลือง

อาหารและนิสัยที่ทำให้ฟันเหลือง

พฤติกรรมการกินและนิสัยในชีวิตประจำวันมีผลโดยตรงต่อสีฟันของเรา การปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ สามารถช่วยลดโอกาสเกิดคราบสะสมได้

อาหารและนิสัยที่ทำให้ฟันเหลือง

อาหารที่ควรระวัง

นอกเหนือจากชาและกาแฟแล้ว ยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันเหลืองได้

ชาและกาแฟ

เครื่องดื่มคู่ใจของใครหลายคน แต่ในชาและกาแฟมีสารที่เอื้อต่อการเกิดคราบบนผิวฟัน ยิ่งดื่มบ่อยเท่าไหร่ โอกาสที่ฟันจะเหลืองก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น 4

อาหารที่มีสีเข้ม เช่น แกง

อาหารไทยอย่างแกงต่างๆ ที่มีสีสันจัดจ้านจากเครื่องเทศ หรืออาหารอื่นๆ อย่างซอสถั่วเหลืองและผลไม้สีเข้ม ล้วนมีเม็ดสีที่สามารถเกาะติดผิวฟัน ทำให้สีฟันดูหมองลงได้เมื่อบริโภคเป็นประจำ 2

นิสัยที่ส่งผลต่อสีฟัน

นอกจากอาหารแล้ว นิสัยบางอย่างก็เป็นสาเหตุของฟันเหลืองที่หลายคนมองข้าม

การสูบบุหรี่

นิโคตินและทาร์ในบุหรี่สามารถทำให้เกิดคราบสีเหลืองไปจนถึงสีน้ำตาลเข้มที่ติดแน่นบนผิวฟันได้ ทำให้คนฟันเหลืองหลายคนมีสาเหตุมาจากนิสัยนี้

การไม่แปรงฟันหลังจากรับประทานอาหารที่มีกรดหรือหวาน

อาหารและเครื่องดื่มที่มีกรดสูงอาจทำให้เคลือบฟันอ่อนตัวลงชั่วคราว หากแปรงฟันทันทีอาจเสี่ยงต่อการสึกกร่อนของผิวฟันได้ จึงควรดื่มน้ำหรือบ้วนปากก่อน แล้วค่อยแปรงฟันหลังจากนั้นสักระยะ 5

วิธีไม่ให้ฟันเหลือง

เมื่อรู้สาเหตุแล้ว การป้องกันก็ไม่ใช่เรื่องยาก ต่อไปนี้คือวิธีไม่ให้ฟันเหลืองที่เราสามารถทำได้ทุกวัน

การดูแลฟันอย่างถูกวิธี

พื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือการดูแลความสะอาดในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ

แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
การแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและก่อนนอน เป็นกิจวัตรที่ไม่ควรละเลย การเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์จะช่วยเสริมให้การดูแลฟันประจำวันมีความเหมาะสมมากขึ้น 6

ใช้ไหมขัดฟันเพื่อทำความสะอาดระหว่างฟัน
คราบพลัคและเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันเป็นแหล่งสะสมของคราบสี การใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวันจะช่วยทำความสะอาดในบริเวณที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีไม่ให้ฟันเหลืองที่ทำได้ง่าย

เคล็ดลับในการป้องกัน

นอกจากการดูแลพื้นฐานแล้ว ยังมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยได้

ดื่มน้ำหลังจากดื่มชาและกาแฟ
เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดี การดื่มน้ำเปล่าหรือบ้วนปากหลังดื่มเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม จะช่วยชะล้างคราบสีออกไปก่อนที่มันจะเกาะติดบนผิวฟัน

ใช้แปรงสีฟันที่เหมาะสมและเปลี่ยนทุก 3-4 เดือน
เลือกใช้แปรงสีฟันขนนุ่มเพื่อไม่ให้รบกวนเคลือบฟันและเหงือกมากเกินไป และควรเปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ทุก 3-4 เดือน หรือเมื่อขนแปรงเริ่มบาน เพราะแปรงที่เสื่อมสภาพแล้วอาจทำความสะอาดได้ไม่ดีเท่าที่ควร 4

วิธีไม่ให้ฟันเหลือง

การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลฟันให้สะอาดและดูขาวขึ้นจากการลดคราบภายนอก

ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำจากดาร์ลี่

สำหรับคนฟันเหลืองที่เกิดจากคราบภายนอก การเลือกยาสีฟันที่เน้นการขจัดคราบถือเป็นตัวช่วยสำคัญในกิจวัตรประจำวัน

ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำจากดาร์ลี่

ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เพื่อเสริมสร้างฟัน

ลองพิจารณา ยาสีฟันดาร์ลี่ออลล์ ชายนี่ ไวท์ เบคกิ้ง โซดา-เฟรช มินต์ สำหรับการดูแลทุกวัน โดยมีพลังขจัดคราบ 2X ที่ช่วยขจัดคราบสะสมอย่างมีประสิทธิภาพ 7 ใช้สูตรเบคกิ้งโซดา ฟู้ดเกรดที่ช่วยขจัดคราบอย่างอ่อนโยน ให้ฟันดูขาวขึ้นโดยไม่ทำลายเคลือบฟัน อีกทั้งยังผสานพลังไมโครไวท์เทนนิ่งเข้มข้น 100 ล้านไมโครไวท์เทนนิ่ง 9 พร้อมวิปโฟมหนานุ่มที่ช่วยเข้าซอกซอนทำความสะอาดได้ดี 8 มินต์เอสเซนส์สกัดจากธรรมชาติช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่น และมีฟลูออไรด์ 1500 ppm เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่อยากเริ่มดูแลเรื่องคราบบนผิวฟันที่บ้าน

ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เพื่อเสริมสร้างฟัน

การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการแนะนำจากทันตแพทย์

หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบบไหน หรือมีปัญหาฟันเหลืองที่ซับซ้อน การปรึกษาทันตแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเฉพาะบุคคลเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการแนะนำจากทันตแพทย์

บทสรุป

การดูแลฟันให้ขาวสะอาดไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องสาเหตุที่ทำให้ฟันเหลือง การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน และการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากให้เหมาะกับความต้องการของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ทางเลือกอย่างยาสีฟันดาร์ลี่ออลล์ ชายนี่ ไวท์ เบคกิ้ง โซดา-เฟรช มินต์ ที่มาพร้อมสูตรเบคกิ้งโซดาฟู้ดเกรดและไมโครไวท์เทนนิ่ง สามารถเป็นเพื่อนคู่ดูแลรอยยิ้มในแต่ละวันได้อย่างลงตัว

1. Tooth Discoloration: Causes & Treatment - https://my.clevelandclinic.org/health/symptoms/10958-tooth-discoloration

2. Whitening | American Dental Association - https://www.ada.org/resources/ada-library/oral-health-topics/whitening

3. Biology of the Teeth - MSD Manual Consumer Version - https://www.msdmanuals.com/home/mouth-and-dental-disorders/biology-of-the-mouth-and-teeth/biology-of-the-teeth

4. Toothbrushes | American Dental Association - https://www.ada.org/resources/ada-library/oral-health-topics/toothbrushes

5. Dental Erosion | American Dental Association - https://www.ada.org/resources/ada-library/oral-health-topics/dental-erosion

6. Fluoride toothpaste – WHO Expert Committee application - https://cdn.who.int/media/docs/default-source/essential-medicines/2021-eml-expert-committee/applications-for-addition-of-new-medicines/a.14_fluoride-toothpaste.pdf?sfvrsn=4eb40f4c_4

7. ^Removes more extrinsic stains than regular Darlie anti-cavity toothpaste for deep clean

8. *Dense foam from Dense Foam Technology like whip foam

9. 1Total polyphosphate (Tetrasodium Pyrophosphate, Disodium Pyrophosphate)

คำถามที่พบบ่อย

Q1: ฟันเหลืองจากกาแฟกลับมาดีขึ้นได้ไหม

A: ถ้าเป็นคราบจากภายนอก มักดูแลให้ดีขึ้นได้ด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟัน และลดการสะสมของคราบหลังดื่มกาแฟ เช่น ดื่มน้ำตามหรือบ้วนปากหลังดื่ม

Q2: ฟันเหลืองจากข้างในแก้เองได้หรือไม่

A: ปัญหาฟันเหลืองจากข้างในมักจัดการได้ยากกว่าคราบผิวฟัน หากสังเกตว่าฟันเปลี่ยนสีทั้งซี่หรือสีไม่สม่ำเสมอเป็นเวลานาน ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ

Q3: ควรแปรงฟันทันทีหลังดื่มเครื่องดื่มที่เป็นกรดหรือไม่

A: ไม่ควรแปรงทันที เพราะกรดอาจทำให้เคลือบฟันอ่อนตัวลงชั่วคราว ควรดื่มน้ำหรือบ้วนปากก่อน แล้วรอสักระยะจึงค่อยแปรงฟัน 5
เคล็บลับการดูแลช่องปาก
/
เพื่อฟันขาว สะอาด
/
ฟันเหลืองเกิดจากอะไร? <br>วิธีดูแลไม่ให้คราบสะสม