Skip to main content
แผลในปากเกิดจากอะไร? วิธีดูแลและบรรเทาอย่างอ่อนโยน

แผลในปากเกิดจากอะไร? วิธีดูแลและบรรเทาอย่างอ่อนโยน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอกับ “แผลในปาก” หรือแผลร้อนใน ที่แม้จะเป็นแผลเล็ก ๆ แต่ก็สร้างความเจ็บปวดและรำคาญใจไม่น้อย ไม่ว่าจะเวลากินข้าว ดื่มน้ำ หรือแม้แต่ตอนแปรงฟันก็รู้สึกแสบจนสะดุ้งได้ ถึงแม้ว่าแผลในปากส่วนใหญ่จะไม่ใช่อาการที่รุนแรง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันของเราพอสมควร บทความนี้จึงอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจกันให้มากขึ้นว่า แผลในปากเกิดจากอะไร มีสาเหตุมาจากไหนบ้าง แผลในปากหายเองได้ไหม และมีวิธี ดูแลแผลในปากอ่อนโยน แบบไหนที่ทำตามได้จริงบ้าง

แผลในปากเกิดจากอะไร?

แผลในปากเกิดจากอะไร คำถามนี้ตอบได้ว่าเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การระคายเคืองเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงสัญญาณของปัญหาสุขภาพช่องปากหรือสุขภาพร่างกายที่ซับซ้อนกว่านั้น การสังเกตตำแหน่งของแผล ไม่ว่าจะเป็นที่กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก ลิ้น เหงือก หรือเพดานปาก ก็อาจช่วยให้เราคาดเดา สาเหตุแผลในปาก ในเบื้องต้นได้ แผลบางชนิดอาจหายได้เองเมื่อเวลาผ่านไป แต่หากเป็นแผลที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือเป็น แผลในปากเรื้อรัง ก็เป็นเรื่องที่เราควรใส่ใจเป็นพิเศษ

สาเหตุแผลในปากที่พบบ่อย

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นว่า แผลในปากเกิดจากอะไร เรามาดูสาเหตุที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวันกัน

การเผลอกัดกระพุ้งแก้มหรือลิ้น

เป็นสาเหตุสุดคลาสสิกที่หลายคนต้องเคยเจอ ไม่ว่าจะเกิดจากการเคี้ยวอาหารเพลิน ๆ รีบกินเกินไป หรือพูดคุยระหว่างรับประทานอาหาร จนเผลอกัดโดนเนื้อเยื่อในปากตัวเอง ทำให้เกิดแผลที่เจ็บทันทีและจะรู้สึกระคายเคืองทุกครั้งที่สัมผัสกับอาหาร

การเสียดสีหรือบาดจากของแข็ง

บางครั้งแผลอาจไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของเรา แต่เกิดจากการเสียดสีซ้ำ ๆ จากสิ่งของในปาก เช่น ขอบฟันที่คม เครื่องมือจัดฟัน หรือฟันปลอมที่ใส่ไม่พอดี หากสังเกตว่ามีแผลเกิดขึ้นในตำแหน่งเดิมบ่อย ๆ อาจต้องสงสัยสาเหตุนี้เป็นอันดับแรก

ความเครียด พักผ่อนไม่พอ หรือร่างกายอ่อนล้า

เมื่อร่างกายอ่อนแอ ไม่ว่าจะจากความเครียดสะสม การนอนหลับไม่เพียงพอ หรือความเหนื่อยล้า ก็อาจส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้าลง และในบางคนก็มีแนวโน้มที่จะเป็นแผลในปากได้ง่ายขึ้นในช่วงเวลาแบบนี้

อาหารบางชนิดที่กระตุ้นการระคายเคือง

อาหารที่มีรสจัดจ้านอย่างรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หรือเค็มจัด รวมถึงอาหารที่มีความแข็งหรือคม เช่น ขนมปังกรอบ ถั่ว หรือของทอด ก็อาจสร้างการระคายเคืองหรือทำให้แผลที่เป็นอยู่แล้วเจ็บแสบมากขึ้นได้ นอกจากนี้ เครื่องดื่มที่ร้อนจัดเกินไปก็อาจทำให้แผลอักเสบและหายช้าลงเช่นกัน

การแปรงฟันแรงเกินไปหรือใช้แปรงที่แข็ง

การดูแลความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ แต่การแปรงฟันที่รุนแรงเกินไปหรือการใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงแข็ง อาจทำให้เนื้อเยื่ออ่อน ๆ ในช่องปากเกิดรอยถลอกและกลายเป็นแผลได้ ดังนั้น การเลือกวิธีแปรงฟันที่เหมาะสมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการ ดูแลแผลในปากอ่อนโยน และไม่สร้างแผลใหม่โดยไม่จำเป็น

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายหรือสุขภาพ

ในบางกรณี แผลในปากอาจเป็นสัญญาณที่เชื่อมโยงกับภาวะอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การขาดสารอาหารบางชนิดอย่างวิตามินบีหรือธาตุเหล็ก หรืออาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพอื่น ๆ หากพบว่าตัวเองเป็นแผลในปากบ่อยผิดปกติ ควรลองสังเกตอาการอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นร่วมด้วย

แผลในปากหายเองได้ไหม?

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ แผลในปากหายเองได้ไหม? คำตอบคือ โดยทั่วไปแล้วแผลในปากขนาดเล็กที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อรุนแรง มักจะสามารถหายเองได้ภายในระยะเวลาไม่กี่วันถึงประมาณ 1–2 สัปดาห์ 1 หากไม่มีสาเหตุมากระตุ้นซ้ำ เช่น การเผลอกัดซ้ำที่เดิม หรือการเสียดสีจากเครื่องมือจัดฟัน แผลก็จะค่อย ๆ เล็กลงและดีขึ้นเองตามธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ถ้าแผลไม่ดีขึ้นเลยหลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือมีอาการเจ็บปวดมากจนรบกวนการใช้ชีวิต ควรติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพราะคำตอบของคำถามที่ว่า แผลในปากหายเองได้ไหม นั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุเริ่มต้นและการดูแลตัวเองระหว่างที่เป็นแผลด้วย

วิธีดูแลแผลในปากอ่อนโยน

เมื่อเป็นแผลในปากแล้ว การดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดความเจ็บปวดลงได้ ลองทำตามวิธี ดูแลแผลในปากอ่อนโยน เหล่านี้ดู

บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ

การ บรรเทาแผลในปากด้วยน้ำเกลือ เป็นวิธีที่ง่ายและอ่อนโยน เพียงผสมเกลือประมาณครึ่งช้อนชาในน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว แล้วนำมาบ้วนปากเบา ๆ วันละ 2–3 ครั้ง น้ำเกลือจะช่วยทำความสะอาดช่องปาก ลดการสะสมของแบคทีเรีย และลดการระคายเคืองบริเวณแผลได้ 2

เลือกอาหารที่ไม่กระตุ้นแผล

ในช่วงที่เป็นแผล ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้แสบหรือเจ็บมากขึ้น เช่น อาหารรสจัด อาหารร้อนจัด และของแข็งหรือกรอบที่อาจบาดแผลเพิ่มเติม แนะนำให้เลือกทานอาหารที่อ่อนนุ่ม เคี้ยวง่าย และมีรสชาติไม่จัดจ้านแทน

ดูแลความสะอาดช่องปากอย่างอ่อนโยน

แม้จะเจ็บแผล แต่การรักษาความสะอาดในช่องปากยังคงเป็นเรื่องสำคัญ ควรแปรงฟันเบา ๆ ด้วยแปรงสีฟันขนนุ่มเพื่อลดการเสียดสี และอาจเลือกใช้ ยาสีฟันดาร์ลี่ เกลือ สมุนไพร เฟรช ที่มีสูตรเนเชอรัล สปา ซอลท์ เฮอร์บัล ผสาน 6 พลังสมุนไพรจากธรรมชาติ^ 100% 3 พร้อมฟลูออไรด์เพื่อช่วยดูแลสุขภาพช่องปากในทุกวัน 4 อีกทั้งยังมีส่วนผสมอย่างมินต์ ที่ให้ความรู้สึกเย็นและลมหายใจหอมสดชื่น รวมถึง ลาเวนเดอร์ ที่ช่วยเพิ่มความหอมสดชื่นและมีสารต้านอนุมูลอิสระ 5

ยาสีฟันดาร์ลี่ เกลือ สมุนไพร เฟรช

พักผ่อนให้พอและลดความเครียด

การพักผ่อนอย่างเพียงพอและจัดการความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น พยายามนอนให้ครบ 7–8 ชั่วโมง ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการปล่อยให้ร่างกายอ่อนล้าจนเกินไป

เลี่ยงการระคายเคืองซ้ำ

งดการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะสารเคมีในสิ่งเหล่านี้อาจทำให้แผลระคายเคืองและหายช้าลง หากแผลเกิดจากฟันคมหรืออุปกรณ์ในช่องปาก ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อแก้ไข ป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำ

สัญญาณที่อาจเป็นแผลในปากเรื้อรัง

แม้แผลในปากส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตราย แต่หากมีอาการเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณของ แผลในปากเรื้อรัง ที่ควรไปพบทันตแพทย์หรือแพทย์ 2

แผลเป็นนานเกิน 2 สัปดาห์

หากแผลไม่ดีขึ้นหรือไม่มีทีท่าว่าจะหายภายใน 2 สัปดาห์ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจดู โดยเฉพาะหากเป็นแผลที่ตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ หรือมีขนาดใหญ่ขึ้น

เจ็บมาก บวม หรือมีเลือดออกง่าย

อาการเจ็บปวดรุนแรง บวมแดงผิดปกติ หรือมีเลือดออกง่ายเมื่อสัมผัส อาจบ่งบอกถึงการอักเสบที่มากกว่าปกติ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หากรบกวนการกินหรือการพูดอย่างชัดเจน

เป็นซ้ำบ่อยหรือหลายตำแหน่งพร้อมกัน

การเกิดแผลในปากที่เดิมซ้ำ ๆ หรือขึ้นหลายแผลพร้อมกันบ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณว่ามีสาเหตุพื้นฐานที่ต้องได้รับการแก้ไข เช่น ปัญหาการเสียดสี โรคบางอย่างในช่องปาก หรือภาวะอื่น ๆ ของร่างกาย

มีไข้ กลืนลำบาก หรืออาการผิดปกติร่วม

หากมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือกลืนอาหารลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

การป้องกันไม่ให้แผลในปากกลับมาเป็นซ้ำ

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา เราสามารถลดโอกาสการเกิดแผลในปากได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

  • ดูแลความสะอาดช่องปากอย่างสม่ำเสมอด้วยวิธีที่อ่อนโยน
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่เหมาะกับการใช้งานประจำวัน เช่น ยาสีฟันดาร์ลี่ เกลือ สมุนไพร เฟรช ซึ่งรวมคุณสมบัติจาก ใบไทม์ และ ยูคาลิปตัส ที่ช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียในช่องปากเมื่อแปรงฟันอย่างถูกวิธี 6 พร้อม กานพลู ที่ช่วยดูแลเรื่องกลิ่นปากและ ตะไคร้ ที่ช่วยดูแลสุขภาพเหงือกและฟันให้แข็งแรง 7
  • หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารเร็วเกินไป เพื่อลดโอกาสเผลอกัดกระพุ้งแก้มหรือลิ้น
  • ตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์เป็นประจำ เพื่อจัดการกับปัญหาฟันคม ฟันผุ หรืออุปกรณ์ในช่องปากที่อาจก่อให้เกิดการเสียดสี
  • พักผ่อนให้เพียงพอและดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวมให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • ยาสีฟันดาร์ลี่ เกลือ สมุนไพร เฟรช

    บทสรุป

    โดยสรุปแล้ว แผลในปากเกิดจากอะไร ได้หลายปัจจัย ตั้งแต่สาเหตุง่าย ๆ อย่างการเผลอกัดลิ้นตัวเอง การเสียดสี อาหารบางชนิด ไปจนถึงภาวะร่างกายอย่างความเครียดหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ สำหรับคำถามที่ว่า แผลในปากหายเองได้ไหม คำตอบคือส่วนใหญ่มักหายได้เองภายใน 1–2 สัปดาห์ หากไม่ถูกกระตุ้นซ้ำ แต่หากเป็นนานกว่านั้นหรือมีอาการ แผลในปากเรื้อรัง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ การ ดูแลแผลในปากอ่อนโยน ด้วยการบ้วนน้ำเกลือ เลือกทานอาหารที่ไม่ระคายเคือง และแปรงฟันอย่างนุ่มนวลด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ก็ช่วยให้ดูแลช่องปากในแต่ละวันได้สบายขึ้น

    1. แผลร้อนใน (MedPark Hospital) - https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/canker-sores

    2. "รอยโรคก่อนเป็นมะเร็งช่องปาก" จะสังเกตได้อย่างไร? (รามา แชนแนล, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล) - https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/รอยโรคก่อนเป็นมะเร็งช/

    3. สารแต่งรส มีส่วนประกอบของ 6 สมุนไพรจากธรรมชาติ

    4. เมื่อแปรงฟันอย่างถูกวิธี

    5. สารต่อต้านอนุมูลอิสระจากยูคาลิปตัสและโคลฟ

    6. ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียจากสมุนไพร

    7. เมื่อแปรงฟันอย่างถูกวิธี

    คำถามที่พบบ่อย

    Q1: แผลในปากหายเองได้ไหม?

    A: แผลในปากขนาดเล็กส่วนใหญ่มักหายเองได้ภายใน 1–2 สัปดาห์ หากแผลไม่ได้รับการกระทบกระเทือนหรือเสียดสีซ้ำ แต่ถ้าเป็นนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรไปพบทันตแพทย์หรือแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

    Q2: บรรเทาแผลในปากด้วยน้ำเกลือช่วยได้จริงไหม?

    A: ช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะการบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ จะช่วยทำความสะอาดช่องปากและลดการระคายเคืองบริเวณแผลได้อย่างอ่อนโยน หากทำแล้วแสบมากผิดปกติ ควรหยุดและเลือกวิธีดูแลที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า

    Q3: แผลในปากควรงดอาหารอะไรบ้าง?

    A: ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เช่น เผ็ด เปรี้ยว หรือร้อนจัด รวมถึงอาหารแข็งและกรอบ เพราะอาจทำให้แผลระคายเคืองและเจ็บมากขึ้น การเลือกอาหารอ่อนนุ่มจะช่วยให้กินได้สบายกว่า

    Q4: แผลในปากเรื้อรังควรพบแพทย์เมื่อไร?

    A: ควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์หากแผลไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ เป็นซ้ำบ่อย เจ็บมาก หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้หรือกลืนลำบาก เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

    Q5: เวลามีแผลในปากควรดูแลความสะอาดช่องปากอย่างไร?

    A: ควรแปรงฟันเบา ๆ ด้วยแปรงสีฟันขนนุ่ม และหลีกเลี่ยงการถูบริเวณแผลแรงเกินไป นอกจากนี้ การเลือกยาสีฟันที่ให้ความรู้สึกสบายช่องปากและดูแลความสะอาดได้ดีในทุกวันก็ช่วยให้การดูแลเป็นเรื่องง่ายขึ้น
    เคล็บลับการดูแลช่องปาก
    /
    สุขภาพฟัน
    /
    แผลในปากเกิดจากอะไร? วิธีดูแลและบรรเทาอย่างอ่อนโยน