Skip to main content
เหงือกอักเสบเป็นหนอง เกิดจากอะไรและควรดูแลอย่างไร

เหงือกอักเสบเป็นหนอง เกิดจากอะไรและควรดูแลอย่างไร

อาการเหงือกบวมแดง มีตุ่มหนองคล้ายสิวเกิดขึ้น คงทำให้หลายคนรู้สึกกังวลไม่น้อย เพราะนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดแล้ว ยังอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพช่องปากที่ควรรีบดูแล การรักษาความสะอาดในช่องปากอย่างสม่ำเสมอด้วยผลิตภัณฑ์จากดาร์ลี่ ร่วมกับการใส่ใจสัญญาณเตือนของร่างกาย จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพช่องปากได้ดียิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ การดูแลเบื้องต้น และวิธีป้องกันภาวะเหงือกอักเสบเป็นหนองอย่างถูกต้อง

ทำไมเหงือกถึงเป็นหนอง?

เหงือกเป็นหนอง หรือฝีที่เหงือก (gingival abscess) คือการติดเชื้อแบคทีเรียที่เกิดขึ้นบริเวณร่องเหงือก ทำให้มีการอักเสบและเกิดหนองสะสมอยู่ภายใน ซึ่งเป็นกลไกของร่างกายที่ตอบสนองต่อการติดเชื้อ 1

อธิบายเกี่ยวกับการติดเชื้อแบคทีเรียที่เหงือก

โดยปกติแล้วในช่องปากของเรามีแบคทีเรียอาศัยอยู่มากมาย แต่เมื่อสุขอนามัยช่องปากถูกละเลย แบคทีเรียเหล่านี้จะรวมตัวกับเศษอาหารและน้ำลายกลายเป็นคราบพลัค หากปล่อยให้สะสมต่อเนื่อง แบคทีเรียอาจแทรกลงไปในร่องเหงือกและก่อให้เกิดการอักเสบจนกลายเป็นหนองในที่สุด

ความแตกต่างระหว่างเหงือกอักเสบและเหงือกเป็นหนอง

หลายคนอาจสับสนระหว่าง "เหงือกอักเสบ" และ "เหงือกเป็นหนอง" ซึ่งเป็นภาวะที่เกี่ยวเนื่องกัน

  • เหงือกอักเสบ (Gingivitis): เป็นภาวะเริ่มต้นที่เหงือกบวมแดง อักเสบ และอาจมีเลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน แต่ยังไม่เกิดหนอง 2
  • เหงือกเป็นหนอง (Gingival Abscess): เป็นภาวะที่รุนแรงขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จนเกิดตุ่มบวมนูนและมีหนองสะสมร่วมกับอาการปวด 3
  • ทำไมเหงือกถึงเป็นหนอง

    สาเหตุที่ทำให้เหงือกเป็นหนอง

    สาเหตุหลัก ๆ ที่นำไปสู่ภาวะเหงือกเป็นหนองมักเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดีพอ ดังนี้

  • การสะสมของคราบพลัค: คราบพลัคเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย หากไม่กำจัดออกอาจแข็งตัวเป็นหินปูนและเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบของเหงือก 2
  • การแปรงฟันไม่ถูกวิธี: การแปรงแรงเกินไปหรือใช้แปรงขนแข็งอาจทำให้เหงือกระคายเคืองและเกิดแผลได้
  • การไม่ใช้ไหมขัดฟัน: การละเลยทำความสะอาดซอกฟันทำให้เศษอาหารและคราบพลัคสะสมมากขึ้น
  • การสูบบุหรี่: การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเหงือกและทำให้เหงือกฟื้นตัวได้ยากขึ้น
  • โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้: ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมีแนวโน้มติดเชื้อได้ง่าย รวมถึงการติดเชื้อในช่องปากด้วย
  • อาการที่บ่งบอกว่าเหงือกเป็นหนอง

    หากคุณมีอาการเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณว่ากำลังเผชิญกับภาวะเหงือกเป็นหนองอยู่

  • บวมที่เหงือก: มีตุ่มบวมนูน แดง กดแล้วเจ็บ อาจเห็นจุดขาวตรงกลาง
  • กลิ่นปากหรือรสชาติไม่ดีในปาก: การติดเชื้ออาจทำให้มีกลิ่นปากหรือรสแปลก ๆ ในช่องปาก 3
  • ปวดฟันหรือเหงือก: อาจปวดตุบ ๆ หรือปวดมากขึ้นเวลาเคี้ยวอาหาร
  • ฟันหลวม: ถ้าการติดเชื้อลุกลาม อาจกระทบเนื้อเยื่อรอบฟันและทำให้ฟันโยกได้
  • เลือดออกง่าย: เหงือกที่อักเสบมักบอบบางและมีเลือดออกได้ง่ายเมื่อแปรงฟัน
  • การดูแลช่องปากเมื่อมีเหงือกเป็นหนอง

    เมื่อรู้ตัวว่าเหงือกเป็นหนอง การดูแลช่องปากอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ช่องปากสะอาดขึ้นและลดโอกาสที่อาการจะลุกลาม

  • แปรงฟันวันละสองครั้งด้วยแปรงที่นุ่ม: ควรเลือกใช้แปรงสีฟันขนนุ่มและแปรงอย่างเบามือ โดยเฉพาะบริเวณที่มีอาการ เพื่อไม่ให้เหงือกระคายเคืองมากขึ้นการเลือกใช้ยาสีฟัน ดาร์ลี่ดับเบิ้ล แอ็คชั่น ที่มีสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติและช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากได้ 99% 6 ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการดูแลความสะอาดในชีวิตประจำวัน พร้อมช่วยให้ฟันสะอาดและปากหอมสดชื่น
  • ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ: ค่อย ๆ ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันอย่างเบามือ เพื่อกำจัดเศษอาหารที่เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย
  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น: ผสมเกลือครึ่งช้อนชากับน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว แล้วนำมาบ้วนปากหลังอาหาร อาจช่วยให้รู้สึกสบายช่องปากมากขึ้นและช่วยชะล้างสิ่งตกค้างได้ 4
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่มีอาการ: พยายามอย่าใช้ลิ้นดุนหรือใช้นิ้วกดบริเวณที่เป็นหนอง เพราะอาจทำให้ระคายเคืองมากขึ้น
  • ควรไปหาหมอฟันหากอาการไม่ดีขึ้น: หากดูแลเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 วัน หรือมีอาการปวดมาก บวมมาก หรือมีไข้ ควรไปพบทันตแพทย์ทันที
  • แปรงฟันวันละสองครั้งด้วยแปรงที่นุ่ม

    การเจาะหนองที่เหงือก ทำได้หรือไม่?

    คำถามที่หลายคนสงสัยคือ เราสามารถเจาะหนองที่เหงือกเองได้หรือไม่ คำตอบคือ "ไม่ควรทำ" เพราะการพยายามเหงือกเป็นหนอง เจาะออกเอง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองและทำให้การติดเชื้อแย่ลงได้

    การเจาะหนองที่เหงือก ทำได้หรือไม่

    อธิบายความเสี่ยงในการเจาะหนองเอง

    การพยายามเหงือกเป็นหนอง เจาะออกเอง โดยใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาด เช่น เข็ม หรือไม้จิ้มฟัน อาจทำให้มีเชื้อโรคเพิ่มเติมเข้าสู่แผล และอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียงบาดเจ็บมากขึ้น

    อันตรายจากการแพร่กระจายของการติดเชื้อ

    ความเสี่ยงที่น่ากังวลของการเจาะหนองที่เหงือกเอง คือการทำให้เชื้อโรคกระจายลึกลงไปในเนื้อเยื่อข้างเคียงหรือในบางกรณีอาจลุกลามได้มากขึ้น หากมีหนองหรือปวดบวมชัดเจน ควรให้ทันตแพทย์เป็นผู้ประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม

    หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของทันตแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม

    วิธีป้องกันเหงือกเป็นหนอง

    การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ เราสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดเหงือกเป็นหนองได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

  • ลดการบริโภคน้ำตาล: น้ำตาลเป็นอาหารของแบคทีเรียในช่องปาก การลดของหวานจึงช่วยลดการสะสมของคราบพลัคได้
  • แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ: แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยลดเศษอาหารและคราบพลัค
  • แปรงบริเวณซอกฟัน: ใส่ใจทำความสะอาดบริเวณที่เข้าถึงยาก เช่น ซอกฟันด้านในสุด หรือบริเวณที่ฟันเรียงซ้อนกัน
  • ตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน: การพบทันตแพทย์เป็นประจำช่วยให้ตรวจพบปัญหาช่องปากได้เร็วขึ้นก่อนจะลุกลาม 5
  • วิธีป้องกันเหงือกเป็นหนอง

    สรุป

    ภาวะเหงือกเป็นหนองเป็นสัญญาณเตือนว่าสุขภาพช่องปากกำลังมีปัญหา การดูแลเบื้องต้นอย่างเหมาะสมช่วยบรรเทาความไม่สบายได้ในระดับหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญคือไม่ควรพยายามเจาะหนองที่เหงือกด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง การดูแลความสะอาดในชีวิตประจำวันด้วยยาสีฟัน ดาร์ลี่ดับเบิ้ล แอ็คชั่น ที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและให้ปากหอมสดชื่น ร่วมกับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาเหงือกได้อย่างยั่งยืน

    1. Actinomycosis of periodontium, mimicking gingival enlargement – A case report and its management - https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10906796/

    2. Gingivitis - Symptoms and causes - Mayo Clinic - https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/gingivitis/symptoms-causes/syc-20354453

    3. Tooth Abscess: Symptoms, Causes & Treatment | Cleveland Clinic - https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/10943-abscessed-tooth

    4. Periodontal (Gum) Disease | National Institute of Dental and Craniofacial Research (NIDCR) - https://www.nidcr.nih.gov/health-info/gum-disease

    5. Tooth abscess - Symptoms & causes | Mayo Clinic - https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/tooth-abscess/symptoms-causes/syc-20350901

    6. ผลจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการวิธี ASTM E2315-16 กับเชื้อ S. mutans ATCC 25175 โดยบริษัทIntertek Testing Services (Thailand) Ltd. เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563

    คำถามที่พบบ่อย

    Q1: เหงือกเป็นหนองกี่วันหาย?

    A: ระยะเวลาฟื้นตัวขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและการดูแลที่ได้รับ หากได้รับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสมจากทันตแพทย์ อาการมักเริ่มดีขึ้นภายในไม่กี่วัน แต่ควรติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

    Q2: สามารถใช้ยาอะไรบรรเทาอาการปวดเหงือกเป็นหนองได้บ้าง?

    A: ยาแก้ปวดทั่วไปอาจช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ แต่ควรใช้ตามคำแนะนำบนฉลากหรือคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ และไม่ควรใช้แทนการไปพบทันตแพทย์เมื่อมีหนองหรืออาการบวมชัดเจน

    Q3: เหงือกเป็นหนองอันตรายถึงชีวิตไหม?

    A: แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ดูแล การติดเชื้ออาจลุกลามและส่งผลต่อเนื้อเยื่อรอบข้างได้ หากมีอาการปวดมาก บวมมาก มีไข้ หรืออ้าปากลำบาก ควรรีบพบแพทย์หรือทันตแพทย์

    Q4: ถ้าเผลอเจาะหนองที่เหงือกเองไปแล้วควรทำอย่างไร?

    A: หากเผลอเจาะหนองที่เหงือกเองไปแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการกดซ้ำหรือใช้อุปกรณ์อื่นสัมผัสบริเวณเดิม และรีบไปพบทันตแพทย์โดยเร็วเพื่อประเมินอาการอย่างเหมาะสม ระหว่างนั้นสามารถบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นอย่างอ่อนโยนเพื่อช่วยลดความระคายเคือง
    เคล็บลับการดูแลช่องปาก
    /
    สุขภาพเหงือก
    /
    เหงือกอักเสบเป็นหนอง เกิดจากอะไรและควรดูแลอย่างไร