เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้ คุณได้ยอมรับการใช้คุกกี้เพื่อเสนอโฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจ เพื่อสถิติของการเข้าชมเว็บไซต์และเพื่อแชร์ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ ข้อมูลเพิ่มเติม โปรด คลิกตรงนี้

โรคปริทันต์/เหงือกอักเสบรุนแรง คืออะไร และจะป้องกันได้อย่างไร?

โรคปริทันต์/เหงือกอักเสบรุนแรง คืออะไร และจะป้องกันได้อย่างไร?
บทความ
/
โรคปริทันต์/เหงือกอักเสบรุนแรง คืออะไร และจะป้องกันได้อย่างไร?

เหงือกของคุณเคยมีเลือดออกขณะแปรงฟันในตอนเช้าหรือไม่ คุณอาจคิดว่ามันเป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ และอาจละเลยอาการ จนมารู้ตัวอีกทีสุขภาพช่องปากของคุณก็แย่เสียแล้ว ความรู้สึกผิดปกติในช่องปากต่างๆหรือแม้แต่การมีกลิ่นปากอาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพช่องปากได้ โดยเฉพาะโรคปริทันต์อักเสบ มารู้จักกันว่าโรคปริทันต์คืออะไร และมีวิธีการป้องกันโรคปริทันต์/เหงือกอักเสบรุนแรง ได้อย่างไรบ้าง

โรคปริทันต์คืออะไร มีอาการอย่างไรบ้าง

โรคปริทันต์คือ การติดเชื้อที่เหงือกรุนแรง ซึ่งเกิดจากคราบจุลินทรีย์ที่เกาะติดกับผิวฟัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีสุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดี คราบพลัคจะติดอยู่ที่ตามขอบเหงือกเป็นเวลานาน แบคทีเรียจากคราบพลัคจะทำให้เหงือกระคายเคือง ส่งผลให้เกิดการอักเสบของเหงือกและเป็นโรคเหงือกอักเสบในระยะเริ่มต้น ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นโรคปริทันต์อักเสบได้หากไม่ได้รับรักษา

อาการของโรคปริทันต์ ได้แก่

เลือดออกตามไรฟัน

เจ็บเหงือก

มีหินปูนสะสม

ฟันโยก

เหงือกบวม

มีกลิ่นปาก

เหงือกร่น

หากคุณพบว่าเหงือกของคุณเริ่มบวมหรือมีเลือดออก นี่อาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเหงือกอักเสบ เพื่อหลีกเลี่ยงการกลายเป็นโรคปริทันต์ ขอแนะนำให้คุณนัดพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสภาพช่องปากและรักษาสุขอนามัยในช่องปากให้เหมาะสม อย่างไรก็ตาม หากมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น ร่องลึกปริทันต์ เหงือกอักเสบ และเลือดออกตามไรฟัน คุณอาจเป็นโรคเหงือกขั้นรุนแรง และควรเข้ารับการรักษาทันที

ความสัมพันธ์ระหว่างโรคเหงือกอักเสบกับโรคปริทันต์อักเสบเป็นอย่างไร
3 ระยะหลัก ของโรคเหงือก

โรคเหงือกอักเสบมักจะเกิดขึ้นก่อนโรคปริทันต์อักเสบ โรคเหงือกอักเสบสามารถหายได้ด้วยการรักษาทางทันตกรรมหรือโดยการรักษาสุขอนามัยช่องปากที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามหากโรคเหงือกอักเสบไม่ได้รับการรักษา ก็อาจกลายเป็นโรคปริทันต์อักเสบได้ ซึ่งอาจต้องได้รับการรักษาทางทันตกรรมอย่างมืออาชีพหรือการผ่าตัด ด้านล่างนี้คือสามระยะหลักของโรคเหงือก

1. โรคเหงือกอักเสบไม่รุนแรง

ในระยะเหงือกอักเสบไม่รุนแรง เนื้อเยื่อเหงือกของคุณอาจมีอาการอักเสบเล็กน้อย โดยมีอาการต่างๆ เช่น แดง เลือดออกตามไรฟัน และมีกลิ่นปาก สามารถหายได้ด้วยการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆและสุขอนามัยช่องปากที่ดี

2. โรคปริทันต์อักเสบ

หากโรคเหงือกอักเสบถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา จะนำไปสู่ระยะที่สอง คือ โรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงและเรื้อรังที่ทำลายเหงือก เอ็นยึดปริทันต์ และกระดูกเบ้าฟัน อาการของโรค ได้แก่ มีหินปูนสะสม เหงือกร่น ฟันเจ็บหรือโยก ในระยะนี้ คุณควรพบทันตแพทย์โดยด่วนเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องและไม่ให้อาการรุนแรงไปกว่าเดิม

3. โรคปริทันต์อักเสบรุนแรง

ตามหลักแล้ว เราควรรีบทำการรักษาโรคเหงือกอักเสบตั้งแต่ระยะที่ไม่รุนแรงและระยะโรคปริทันต์อักเสบ มิเช่นนั้นอาจนำไปสู่โรคปริทันต์อักเสบที่รุนแรงขึ้นอีก ในระยะนี้ ไม่เพียงแต่เหงือกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเนื้อเยื่อและกระดูกในปากของคุณด้วย ซึ่งจะนำไปสู่ความเสียหายถาวร เช่น ฟันโยกหรือฟันหลุด คุณอาจเจ็บกรามจนรับประทานอาหารได้ลำบาก จำเป็นต้องทำการรักษาทางทันตกรรมหรือการผ่าตัดโดยด่วน

วิธีการป้องกันโรคปริทันต์อักเสบ

ดูแลช่องปากเป็นประจำทุกวัน

เหงือกอักเสบในระยะแรกมักเกิดจากสุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดี การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกวันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสุขภาพช่องปากที่ดีและปราศจากการมีกลิ่นปาก เพื่อป้องกันการเป็นโรคปริทันต์อักเสบหรือเหงือกอักเสบรุนแรง แนะนำให้แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งด้วยแปรงสีฟันและยาสีฟันชนิดต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลสุขภาพเหงือก ยาสีฟันดาร์ลี่สูตรเกลือสมุนไพร ด้วยเกลือคริสตัลซอลท์จากนิวซีแลนด์ที่มีแร่ธาตุ 13 ชนิดผสานพลังสมุนไพร 6 ชนิด ช่วยลดแบคทีเรียและขจัดคราบพลัคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลมหายใจหอมสดชื่น ช่วยให้เหงือกและฟันของคุณแข็งแรง โดยขอแนะนำให้ใช้ควบคู่กับ แปรงสีฟันดาร์ลี่ เอ็กซ์เปิต กัม แคร์ ที่มีขนแปรงนุ่มแน่นละเอียดพิเศษกว่า 2 เท่า ช่วยลดแรงกด/เสียดสีถึง 50% สามารถปกป้องเหงือกของคุณได้ดียิ่งขึ้นในขณะแปรงฟัน โดยมอบประสบการณ์การทำความสะอาดที่อ่อนโยนและทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก

แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอและพบทันตแพทย์เป็นประจำ

แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอและพบทันตแพทย์เป็นประจำเป็นประจำถือเป็นเรื่องสำคัญในการรักษาสุขภาพช่องปาก อันที่จริง การพบทันตแพทย์เป็นประจำช่วยให้สามารถตรวจหาโรคต่างๆในช่องปากได้ตั้งแต่เนิ่นๆ คุณจะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้อาการเลวร้ายลง นอกจากนี้ การทำความสะอาดหรือขูดหินปูนเป็นประจำยังช่วยขจัดคราบพลัคและหินปูนออกจากฟันและใต้แนวเหงือกได้อีกด้วย

เลิกสูบบุหรี่

หากคุณเป็นคนสูบบุหรี่ การเลิกสูบบุหรี่อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคปริทันต์/เหงือกอักเสบรุนแรงได้ รายงานการศึกษาบางชิ้นแนะนำว่าการสูบบุหรี่เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญสำหรับโรคปริทันต์ นิโคตินในบุหรี่อาจทำให้หลอดเลือดตีบ ส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด และทำให้การไหลเวียนของเลือดไปยังเหงือกลดลง นอกจากนี้ การสูบบุหรี่อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้สุขภาพเหงือกของคุณฟื้นฟูได้ยากขึ้น
1https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3633395/, Smoking and Periodontal Disease