เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้ คุณได้ยอมรับการใช้คุกกี้เพื่อเสนอโฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจ เพื่อสถิติของการเข้าชมเว็บไซต์และเพื่อแชร์ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ ข้อมูลเพิ่มเติม โปรด คลิกตรงนี้

อาการเหงือกบวม: สาเหตุและการรักษา

อาการเหงือกบวม: สาเหตุและการรักษา
บทความ
/
อาการเหงือกบวม: สาเหตุและการรักษา

หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์กับอาการเหงือกบวม ซึ่งส่งผลกระทบเวลารับประทานอาหารหรือพูดคุยเป็นอย่างมาก จริงๆแล้วอาการเหงือกบวมเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยปกติแล้วจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาการเหงือกบวมนี้เป็นหนึ่งในอาการเริ่มต้นของโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ หากมีปัญหาเหงือกบวมและปวดเหงือกอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นปัญหาโรคเหงือก หรือโรคภายในช่องปากที่รุนแรงได้

อาการเหงือกบวมเป็นอย่างไร

คุณลองคิดดูว่า ถ้าคุณแปรงฟันแล้วมีเลือดออกตามมา มันคงน่ากลัวไม่น้อยเลยใช่มั้ย

เหงือกของคุณจะเริ่มแดงและบวมขึ้นจนคลุมบางส่วนของฟัน เพื่อแก้ปัญหานี้ ก่อนอื่นเราต้องทราบถึงสาเหตุเหงือกบวมและวิธีการรักษาเหงือกบวม อย่างถูกต้อง

เหงือกบวมอาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเหงือกอักเสบ

โรคเหงือกอักเสบเป็นโรคเหงือกชนิดหนึ่งที่พบบ่อย ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อจากการสะสมของแบคทีเรียและคราบพลัคบนแนวเหงือกและฟัน อาการเหงือกบวมคืออาการแรกเริ่มต้นที่สำคัญอย่างหนึ่ง

หากพบว่าคุณมีอาการเหงือกบวมนานกว่าสองสัปดาห์ ควรไปพบทันตแพทย์โดยเร็วที่สุด ยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไร โอกาสที่จะหายและฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บจากโรคเหงือกอักเสบก็มีมากขึ้น และโอกาสในการหลีกเลี่ยงการเป็นโรคปริทันต์อักเสบก็จะยิ่งดีขึ้นเช่นกัน ทันตแพทย์สามารถแนะนำแนวทางการรักษาอาการเหงือกอักเสบและเหงือกบวมด้วยการให้การรักษาอย่างใกล้ชิด หรือให้แนวทางการรักษาด้วยตนเองที่บ้าน

สาเหตุของอาการเหงือกบวม

1. เหงือกอักเสบ

ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น อาการหนึ่งของโรคเหงือกอักเสบ คือ อาการเหงือกบวม ถ้าคุณไม่แปรงฟันหรือไม่ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน แบคทีเรียและเศษอาหารอาจติดอยู่บนฟันของคุณ แบคทีเรียและเศษอาหารจะเปลี่ยนเป็นคราบพลัค ภายในเวลาไม่กี่วัน หากไม่กำจัดคราบพลัคนั้นออก คราบพลัคจะกลายเป็นหินปูนเกาะอยู่ตามซอกฟัน และการสะสมของหินปูนสามารถนำไปสู่การอักเสบของเหงือกและเหงือกบวมได้

3. การได้รับโภชนาการไม่ครบถ้วน

หากร่างกายขาดสารอาหารและวิตามิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินบีและวิตามินซี จะทำให้เกิดอาการเหงือกบวมได้ อาทิเช่น วิตามินซี มีความสำคัญต่อการดูแลและซ่อมแซมเหงือก หากไม่รับวิตามินซีที่เพียงพอ คุณอาจมีโอกาสเป็นโรคเหงือกอักเสบได้

2. การตั้งครรภ์

ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ จะมีการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีอาการเหงือกบวม เนื่องจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นจะไปกระตุ้นการไหลวียนของเลือดในเหงือก ทำให้เหงือกเกิดการระคายเคืองมากขึ้น

4. เครื่องมือจัดฟัน

บางคนอาจมีอาการเหงือกบวมจากการใส่เหล็กจัดฟันหรือการจัดฟันแบบอื่นๆ เป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะเมื่อเริ่มจัดฟันใหม่ หรือมีการปรับดึงลวดจัดฟันให้แน่น การใส่เหล็กจัดฟันยังอาจเพิ่มความยากในการรักษาสุขอนามัยในช่องปาก หากเครื่องมือจัดฟันหรือฟันไม่สะอาด คราบพลัคและแบคทีเรียอาจสะสมได้ง่าย ทำให้เกิดการติดเชื้อในเหงือกและทำให้เหงือกบวมได้ในที่สุด

วิธีรักษาเหงือกบวมและบรรเทาอาการเจ็บเหงือก

1. เลือกใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันให้เหมาะสม

การแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่เหมาะสมอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง สามารถช่วยลดการสะสมแบคทีเรียและเศษอาหารที่อยู่ในช่องปากได้ ยาสีฟันดาร์ลี่ สูตรเกลือสมุนไพร โพรเทค ที่มีส่วนผสมของเกลือ คริสตัล ซอล์ค บริสุทธิ์จากประเทศนิวซีแลนด์ อุดมด้วยแร่ธาตุมากกว่า 13 ชนิดผสานกับสมุนไพรธรรมชาติอีก 6 ชนิด มีส่วนช่วยบรรเทาอาการเจ็บเหงือก ช่วยดูแลสุขภาพเหงือกและฟันให้กลับมาแข็งแรง และช่วยป้องกันปัญหากลิ่นปากได้อีกด้วย

แปรงสีฟันดาร์ลี่ ไฮ เดนซิตี้ กรัม แคร์ มีความนุ่มกว่าแปรงสีฟันทั่วไปถึง 350% ซึ่งช่วยนวดเหงือกของคุณอย่างอ่อนโยน หรือ แปรงสีฟัน ดาร์ลี่ เอ็กซ์เปิร์ต กรัม แคร์ ด้วยขนแปรงที่นุ่มละแน่นเป็รพิเศษ จะช่วยลดแรงกดจากการแปรงได้ถึง 50%

2. การใช้น้ำยาบ้วนปาก

นอกจากการแปรงฟันอย่างอ่อนโยนและสม่ำเสมอแล้ว น้ำยาบ้วนปากก็เป็นวิธีการรักษาอาการเหงือกบวมอีกวิธีหนึ่ง หลังจากการแปรงฟันแต่ละครั้ง คุณสามารถบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากเพื่อขจัดแบคทีเรียในช่องปากและช่วยบรรเทาอาการเจ็บเหงือกได้

3. การพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่เหมาะสมทุกวัน สามารถรักษาสุขอนามัยในช่องปากและสุขภาพช่องปากของคุณได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากมีอาการเหงือกบวมนานหลายสัปดาห์ แนะนำให้คุณไปพบทันตแพทย์และรับการรักษาทางทันตกรรมอย่างถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อเร่งแก้ปัญหาเหงือกบวมได้โดยเร็ว